ประวัติความเป็นมา

                   สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อย่อว่า สทท. หรือภาษาอังกฤษ National Broadcasting Services of Thailand; ชื่อย่อ: เอ็นบีที., NBT. เป็นหน่วยงานราชการ สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อหลักเผยแพร่ข่าวสาร และนโยบายจากรัฐบาลไปสู่ประชาชน ภายใต้การดำเนินงานของกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแล ก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เพื่อให้เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ทำหน้าที่ให้ความรู้ การศึกษา เผยแพร่ข่าวสารการประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนนโยบายของรัฐเพื่อแก้ไขระบบเครือข่ายวิทยุโทรทัศน์ให้ครอบคลุมและได้มาตรฐานทั่วประเทศ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยถูกจัดตั้งชั่วคราวที่อาคารศูนย์ระบบโทรทัศน์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ภายในวงเงิน ๘ ล้านบาท เริ่มแพร่ภาพออกอากาศเป็นประจำตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ - ๒๑.๐๐ น. โดยเริ่มในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๙ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๑ จากข้อจำกัดด้านงบประมาณ กรมประชาสัมพันธ์ จึงขอความช่วยเหลือจากประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านทางสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งรัฐบาลญี่ปุ่น ( JICA) ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่น ได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือแบบให้เปล่าในวงเงิน ๒,๐๖๒ ล้านเยน หรือประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท การดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ด้านเทคนิคใช้เวลาทั้งหมด ๙ เดือน ( ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๓๐ - ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๑) ภายใต้โครงการความช่วยเหลือนี้ กรมประชาสัมพันธ์ รับมอบอาคารและอุปกรณ์วิทยุโทรทัศน์มีมูลค่าทั้งสิ้น ๓๐๐ ล้านบาท
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เริ่มทดลองแพร่ภาพออกอากาศรายการเพื่อการศึกษา รายการข่าวภาคเช้า - ค่ำ และการถ่ายทอดรายการไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์ในเครือข่าย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑
 
 
 
 
 

วิสัยทัศน์

สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เป็นสถานีหลักในด้านข่าวสารความรู้และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งของสังคม เพื่อพัฒนาประเทศสู่สากล
ค่านิยมขององค์กร

- ความคิดสร้างสรรค์ ทำงานอย่างมืออาชีพ เป็นทีมและบูรณาการ
- เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตบริการ
 

พันธกิจ

๑. ดำเนินการผลิตและเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เข้าใจ และเกิดความรู้
สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
๒. ให้คำปรึกษาและวางแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ภาครัฐอย่างเป็นระบบครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ
๓. บริหารจัดการสื่อโทรทัศน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๔. พัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ
๕. พัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรทัศน์ และNew Media ที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพและทันสมัยเสมอ