บทความ
บทความ “พุทธวจน เข้าใจธรรมเพียงบทเดียว ก็เพียงพอ”

วันที่ 11 ส.ค. 2558 )
 

 

คามณิ!...เพราะเหตุว่า ถึงแม้เขาจะเข้าใจธรรมที่เราแสดงสักบทเดียว นั่นก็ยังจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ชนทั้งหลายเหล่านั้น ตลอดกาลนาน

 

เปิดธรรมที่ถูกปิดด้วย พุทธวจน

พุทธวจน ธรรมวินัยจากพุทธโอษฐ์ คือ คำสอนที่ ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธผู้เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ ได้ตรัสไว้เมื่อประมาณ 2,600 ปี เพื่อให้สัตตานังผู้มีธุลีในดวงตาน้อยได้เห็นตาม เมื่อนำไปประพฤติปฏิบัติ สามารถทำให้หลุดพ้นออกจากทุกข์ได้

 

เหตุที่ต้องศึกษาพุทธวจน เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้ว่า พระองค์ทรงสามารถกำหนดสมาธิ เมื่อจะพูดทุกถ้อยคำจึงไม่ผิดพลาด, แต่ละคำพูดเป็นอกาลิโก คือ ถูกต้องตรงจริงไม่จำกัดกาลเวลา, คำพูดที่พูดมาทั้งหมดนับแต่วันตรัสรู้นั้น สอดรับไม่ขัดแย้งกัน, ทรงบอกเหตุแห่งความอันตรธานของคำสอนเปรียบด้วยกองศึก, ทรงกำชับให้ศึกษาปฏิบัติเฉพาะจากคำของพระองค์เท่านั้นอย่าฟังคนอื่น, ทรงห้ามปฏิบัติเพิ่มหรือตัดทอนสิ่งบัญญัติไว้, สำนึกเสมอว่าตนเองเป็นเพียงผู้เดินตามพระองค์เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นอรหันต์ผู้เลิศทางปัญญาก็ตาม, ตรัสไว้ว่าให้ทรงจำบทพยัญชนะและคำอธิบายอย่างถูกต้องพร้อมขยันถ่ายทอดบอกสอนต่อกันไป, ทรงบอกวิธีแก้ไขความผิดเพี้ยนในคำสอน, ทรงตรัสแก่พระอานนท์ให้ใช้ธรรมวินัยที่ตรัสไว้เป็นศาสดาแทนต่อไป

 

ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธ ตรัสรู้และสอน อริยสัจสี่ คือ ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ทางให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์

 

เหตุเกิดทุกข์ คือ ผัสสะ หรือ สัมผัส มี 6 ทางคือ ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายมีโผฏฐัพพะ ใจรับรู้ธรรมารมณ์ คู่ใดคู่หนึ่งแล้วจิตไปคิดจึงเกิดเป็นผัสสะ หากมีความไม่พอใจก็เป็นทุกข์ จิตก็ยังมีความเพลิน(นันทิ) คือคิดในเรื่องนั้น ซึ่งส่วนมากเป็นความคิดอกุศลอยู่นาน โทษของการคิดในเรื่องอกุศลคือไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก วิธีออกจากความเพลิดเพลินโดยการมีสติระลึกถึงโทษของมันแล้วเอาจิตมารู้ลมหายใจ ทำให้ความคิดอกุศล ความไม่พอใจนั้นดับ ทุกข์สั้นลง (ละนันทิ จิตหลุดพ้น นี้คือหัวข้อธรรมบทเดียวในหลายๆบท ที่ทำให้พ้นทุกข์ได้)

 

ประเพณีไม่ใช่ศาสนา เป็นคนละอย่างกัน ศาสนาเป็นอกาลิโก ประเพณีเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

การจะมีสติระลึกได้เมื่อเกิดความไม่พอใจ ต้องตั้งใจว่าเราจะฝึกเจริญสติ คือ การเอาจิตมารู้กายที่เคลื่อนไหว หรือ ลมหายใจ (เจริญอานาปานสติ) อย่างน้อยวันละ 3 เวลา ใช้เวลาครั้งละลัดนิ้วมือ (นิ้วที่ตรงอยู่งอเข้ามา)  แต่หากทำมากๆ ยิ่งดีเพราะเป็นการทำกุศลที่สูงที่สุด เป็นการแก้กรรมดับทุกข์ได้ทันที เป็นทางไปสวรรค์ได้อมตะ ทำให้เข้าถึงความไม่ตายหรือนิพพาน

 

การเจริญสติทำที่ไหน เมื่อไหร่ และท่าใดก็ได้จะยืน เดิน นั่ง นอนหรือทำงานอยู่ เพียงแต่พยายามมีสติเอาจิตมารู้กาย หรือลมหายใจที่หายใจเข้า หายใจออก "เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว, เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว; เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น, เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น;ฯลฯ” เพียงแต่มีสติไปรู้ ไม่มีคำภาวนา อย่าไปกำหนด ปรุงแต่งการหายใจ ปกติหายใจอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น รู้พอดีๆไม่เพ่งเกินไป "พระองค์เปรียบเหมือนการจับนกด้วยมือ จับแรงไปนกก็ตาย จับหลวมไปนกก็หลุดมือ”

 

พุทธวจน เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ เป็นอาวุธประหารกิเลส ควรท่อง (สาธยาย หรือ สัชฌายะ)

บทกฎธรรมชาติ เมื่อสิ่งนี้ มี สิ่งนี้ย่อมมี, เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี, เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป

 

บทเหตุเกิดทุกข์ เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขารทั้งหลาย, เพราะมีสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ, เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีนามรูป, เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัยจึงมีสฬายตนะ, เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ, เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา, เพราะมีเวทนาเป็นปัจจัยจึงมีตัณหา, เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัยจึงมีอุปทาน, เพราะมีอุปทานเป็นปัจจัยจึงมีภพ, เพราะมีภพเป็นปัจจัยจึงมีชาติ, เพราะมีชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสะทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้

 

บทปฏิจจสมุปบาท บทละนันทิ บทพึ่งตน พึ่งธรรม บทอริยมรรคมีองค์แปด ฯลฯ แต่ละบทหรือแม้เพียงบทเดียว เมื่อท่องได้และศึกษาเข้าใจ มีความทุกข์ใจ ความกลัว ความกังวลที่เคยมีอยู่ในใจทุกเรื่องลดลงเองโดยไม่ต้องทำอะไรและจะเข้าใจตนเอง คนอื่นๆ สัตว์ทั้งหลาย เข้าใจเรื่องกรรม นรก สวรรค์และเข้าใจว่าสัตตานัง ไปเกิดเป็นเทวดา มนุษย์ เปรต สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรกเพราะอะไร ที่สำคัญจะรู้วิธีที่สามารถปฏิบัติเองได้ง่าย ๆ เพื่อไม่ต้องไปเกิดในอบายทุคติ วินิบาต นรก หรือไม่ต้องไปเกิดในที่ไหนๆอีก เพราะมีการเกิดเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสะทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน...

เรากำลังเดินผิดทาง ขอบอก อยากไปสวรรค์แต่ดันชอบเดรัจฉานวิชา